มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ลาวเธอ

สนาม: เครือข่ายวิทยุจีน

บทนำ: ยาแรงคอร์รัปชันประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว โครงการประมูลงานมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้าน ผู้ประกอบการต้องแนบเอกสารนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วย เข้มระบบตรวจสอบภายในให้กำหนดบทลงโทษคนโกง ส่วนโครงการตั้งแต่ 1 พันล้านบาทให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม พร้อมให้มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอีกชั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชัน จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวม 2 ฉบับ ฉบับแรก เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พศ2560 สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม และระบุเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ มีการกำหนดนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกำหนดหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องครอบคลุม นอกจากนี้ ยังระบุให้กรรมการผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ โดยจะต้องห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการมีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อนระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใดอันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ กำหนดผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการสื่อสารประกาศหรือเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้รับทราบต้องกำหนดบทลงโทษคนโกง จัดให้มีการอบรมหรือส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่บริษัทหรือหน่วยงานอื่นจัดขึ้น จัดให้มีการเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับบุคคลภายนอกทราบผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เอกสารแผ่นพับ นอกจากนี้ ต้องกำหนดบทลงโทษหรือข้อบังคับสำหรับผู้กระทำการทุจริต จัดให้มีช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแส ของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต หรือพบการกระทำที่ส่อทุจริต กำหนดหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแนบเอกสารที่เป็นนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเอกสารประกอบการเสนอราคา และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงาน และประกาศจัดซื้อจัดจ้างว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมการเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบเป็นเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา สำหรับประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง แนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กำหนดให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท) ออกประกาศกำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์และการจัดทำรายงานข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) หมายความว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้ตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คปท การจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ต้องเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สาธารณชนสนใจ เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เป็นต้น เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้แจ้งข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการ คปท ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ กับพวกทุจริตเงินทอนวัดใน จลำปาง แพร่ และลำพูน ว่า ปปชต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะข้อกล่าวหาและคดีต่างๆ อยู่ในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้วเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนกำกับดูแล พศ จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยได้มีมาตรการกำหนดรายชื่อวัดมาล่วงหน้าในการของบประมาณ และให้ พศ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ) คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ให้ทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ยึดหลักสุจริต โปร่งใส ซึ่งตนกำชับมาตลอด เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และถ้าดูผู้กระทำความผิดก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ แต่คนส่วนใหญ่ของ พศทำงานตามแนวทางที่มีธรรมาภิบาล ถ้าพบอีกก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าเยี่ยมนายพนม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เช่น นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตจรี, นายสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าหลังได้เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 พบว่าทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยทั้งหมดยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดใดๆ ทุกการกระทำปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัดต่างๆ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ จากการพูดคุยในเรื่องการต่อสู้คดีวันนี้คงไม่ไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันศุกร์ที่ 10 สคนี้ ที่เป็นวันเดียวกับที่ทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวไปยื่นฝากขังในผลัดที่ 2 แต่ก็พบว่ามีบางคน เช่น นายพัฒนาที่อาจไม่พร้อมขอยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องหลักทรัพย์ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดไว้ในคดีนี้ที่ 300,000-800,000 บาท ส่วนคนที่พร้อม เช่น นายพนมและนายแก้ว ก็มีความกังวลหากศาลเห็นชอบให้ประกันตัว ก็อาจจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้นายพนมก็เข้าใจดี เพราะโดนตำรวจแจ้งเอาผิดหลายคดี แม้ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ก็ขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งทุจริต พม กรณีที่ ปปชชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการร้ายแรง กับนายพนม ตนยังไม่ได้แจ้งข้อมูลให้นายพนมรับทราบ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ จาก ปปช ส่วนตัวก็คงจะขอทำหน้าที่ในส่วนคดีที่รับผิดชอบไปก่อน พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผลสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม ได้ลงนามรับรองมติผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม (อกพกระทรวง พม) ที่เห็นชอบผลการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูง 26 คน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติไล่ออกขาดจากบำเหน็จบำนาญทั้งหมด 6 คน โดยในจำนวนนี้ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม ที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมติปลดออกจากราชการ แต่ยังได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ จำนวน 5 คน และกันไว้เป็นพยาน 15 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือกล่าวโทษแจ้งเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันจะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เพื่อให้รับทราบเช่นเดียวกัน โดยผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมด หลังจากได้รับหนังสือแจ้งแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน...

สาขา Kwai 1000 ไมล์

สนาม: เดลินิวส์

บทนำ: ยาแรงคอร์รัปชันประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว โครงการประมูลงานมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้าน ผู้ประกอบการต้องแนบเอกสารนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วย เข้มระบบตรวจสอบภายในให้กำหนดบทลงโทษคนโกง ส่วนโครงการตั้งแต่ 1 พันล้านบาทให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม พร้อมให้มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอีกชั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชัน จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวม 2 ฉบับ ฉบับแรก เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พศ2560 สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม และระบุเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ มีการกำหนดนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกำหนดหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องครอบคลุม นอกจากนี้ ยังระบุให้กรรมการผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ โดยจะต้องห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการมีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อนระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใดอันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ กำหนดผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการสื่อสารประกาศหรือเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้รับทราบต้องกำหนดบทลงโทษคนโกง จัดให้มีการอบรมหรือส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่บริษัทหรือหน่วยงานอื่นจัดขึ้น จัดให้มีการเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับบุคคลภายนอกทราบผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เอกสารแผ่นพับ นอกจากนี้ ต้องกำหนดบทลงโทษหรือข้อบังคับสำหรับผู้กระทำการทุจริต จัดให้มีช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแส ของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต หรือพบการกระทำที่ส่อทุจริต กำหนดหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแนบเอกสารที่เป็นนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเอกสารประกอบการเสนอราคา และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงาน และประกาศจัดซื้อจัดจ้างว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมการเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบเป็นเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา สำหรับประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง แนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กำหนดให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท) ออกประกาศกำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์และการจัดทำรายงานข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) หมายความว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้ตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คปท การจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ต้องเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สาธารณชนสนใจ เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เป็นต้น เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้แจ้งข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการ คปท ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ กับพวกทุจริตเงินทอนวัดใน จลำปาง แพร่ และลำพูน ว่า ปปชต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะข้อกล่าวหาและคดีต่างๆ อยู่ในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้วเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนกำกับดูแล พศ จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยได้มีมาตรการกำหนดรายชื่อวัดมาล่วงหน้าในการของบประมาณ และให้ พศ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ) คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ให้ทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ยึดหลักสุจริต โปร่งใส ซึ่งตนกำชับมาตลอด เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และถ้าดูผู้กระทำความผิดก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ แต่คนส่วนใหญ่ของ พศทำงานตามแนวทางที่มีธรรมาภิบาล ถ้าพบอีกก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าเยี่ยมนายพนม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เช่น นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตจรี, นายสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าหลังได้เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 พบว่าทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยทั้งหมดยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดใดๆ ทุกการกระทำปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัดต่างๆ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ จากการพูดคุยในเรื่องการต่อสู้คดีวันนี้คงไม่ไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันศุกร์ที่ 10 สคนี้ ที่เป็นวันเดียวกับที่ทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวไปยื่นฝากขังในผลัดที่ 2 แต่ก็พบว่ามีบางคน เช่น นายพัฒนาที่อาจไม่พร้อมขอยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องหลักทรัพย์ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดไว้ในคดีนี้ที่ 300,000-800,000 บาท ส่วนคนที่พร้อม เช่น นายพนมและนายแก้ว ก็มีความกังวลหากศาลเห็นชอบให้ประกันตัว ก็อาจจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้นายพนมก็เข้าใจดี เพราะโดนตำรวจแจ้งเอาผิดหลายคดี แม้ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ก็ขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งทุจริต พม กรณีที่ ปปชชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการร้ายแรง กับนายพนม ตนยังไม่ได้แจ้งข้อมูลให้นายพนมรับทราบ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ จาก ปปช ส่วนตัวก็คงจะขอทำหน้าที่ในส่วนคดีที่รับผิดชอบไปก่อน พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผลสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม ได้ลงนามรับรองมติผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม (อกพกระทรวง พม) ที่เห็นชอบผลการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูง 26 คน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติไล่ออกขาดจากบำเหน็จบำนาญทั้งหมด 6 คน โดยในจำนวนนี้ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม ที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมติปลดออกจากราชการ แต่ยังได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ จำนวน 5 คน และกันไว้เป็นพยาน 15 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือกล่าวโทษแจ้งเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันจะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เพื่อให้รับทราบเช่นเดียวกัน โดยผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมด หลังจากได้รับหนังสือแจ้งแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน

บาคาร่ามาแรง true
w1k | <动态当天时间> | อ่าน(190) | แสดงความคิดเห็น(244)
ทั้งนี้ตามข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า(เอ็มโอยู)ระหว่างไทย-ลาวที่มีอยู่ในปัจจุบัน 9,000 เมกะวัตต์ เป็นกรอบที่กำหนดว่าไทยจะพัฒนาหรือจะซื้อไฟฟ้าจากลาวในปริมาณเท่าไหร่ แต่ไม่มีการกำหนดว่าจะต้องซื้อทุกปีหรือจากทุกโรงไฟฟ้า ขณะที่ในระยะต่อไปทางรัฐบาลไทยเองก็ต้องมีการหารือกันว่าจะมีการลงนามพิจารณาซื้อไฟฟ้าจากฝั่งลาวนอกเหนือจากสัญญาเพิ่มเติมหรือไม่ ตามสถานการณ์ความต้องการไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งทุกอย่างจะถูกกำหนดลงในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) ฉบับใหม่ ที่กระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล【อ่านข้อความเต็ม】
uao | <动态当天时间> | อ่าน(112) | แสดงความคิดเห็น(103)
ความจริง เปิดโทรทัศน์แช่ไว้ทุกเย็น ถึงตาไม่ได้ดู แต่หูเงี่ยฟังตลอด สนใจตอนไหน หูก็ดึงตามาจ้องซะที【อ่านข้อความเต็ม】
mog | <动态当天时间> | อ่าน(915) | แสดงความคิดเห็น(611)
( เงิน ถือเป็นของขวัญที่คุณแม่สามารถนำไปซื้อของใช้ที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ เช่น เก้าอี้นวดฝ่าเท้า ฯลฯ)【อ่านข้อความเต็ม】
4os | <动态当天时间> | อ่าน(381) | แสดงความคิดเห็น(300)
สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ปิดตำนานสวนสัตว์ดุสิตที่ก่อตั้งมา 120 ปี เพื่อย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่คลอง 6 ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทาน 300 ไร่ ลดความแออัดของสัตว์จำนวนมาก องค์การสวนสัตว์นัดแถลง 14 สคนี้ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ประชาสัมพันธ์สวนสัตว์ดุสิตแจ้งว่า ทางสวนสัตว์ดุสิตจะเปิดให้บริการจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อทยอยเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไปจัดแสดง ณ สวนสัตว์ต่างๆ ภายใต้การบริหารขององค์การสวนสัตว์ จำนวน 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี และสวนสัตว์ขอนแก่น โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ขณะที่สวนสัตว์ดุสิตจะย้ายไปเปิดให้บริการในพื้นที่แห่งใหม่ บริเวณคลอง 6 ตรังสิต อธัญบุรี จปทุมธานี สำหรับพื้นที่แห่งใหม่ดังกล่าว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ต่อประชาชนชาวไทยและชาวองค์การสวนสัตว์ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 พระราชทานโฉนดที่ดิน จำนวน 300 ไร่ ให้กับองค์การสวนสัตว์ เพื่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ จัดว่ามีขนาดใหญ่กว่าสวนสัตว์ดุสิตเดิมถึง 3 เท่า ทำให้สัตว์มีพื้นที่ที่อยู่อย่างสบาย มีอากาศที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาสำรวจข้อมูลในด้านต่างๆ แล้ว เพื่อให้สภาพแวดล้อมสวนสัตว์ใหม่ออกมาอย่างดีที่สุด ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ในส่วนของประชาชนที่จะเดินทางมาเที่ยวชมสวนสัตว์ดุสิตในช่วงนี้ ทางสวนสัตว์ดุสิตได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการต่างๆ ไว้แล้ว โดยขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่านด้วยว่า ให้เข้าชมด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้ องค์การสวนสัตว์จะจัดแถลงข่าวเพื่อเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วนอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 14 สิงหาคมนี้ สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 71 ถนนพระรามที่ 5 แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม มีเนื้อที่ 118 ไร่ สวนสัตว์ดุสิตอยู่ในอาณาบริเวณของ วังสวนดุสิต มาตั้งแต่ พศ2441 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อสวนและนาในระหว่างคลองผดุงกรุงเกษม จนถึงคลองสามเสน ด้านตะวันออกถึงทางรถไฟ ด้วยเงินพระคลังข้างที่ ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยพระราชทานชื่อที่ตำบลนี้ว่า สวนดุสิต (ราชกิจจานุเบกษา 7 มีนาคม รศ117) ปัจจุบันเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 18 มีนาคม 2481 เทศบาลนครกรุงเทพขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดัดแปลงบริเวณสวนสัตว์ดุสิตเป็นสวนสาธารณะ เปิดให้ประชาชนได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจโดยมิต้องมีค่าเช่า และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นสวนสาธารณะ และยังพระราชทานลูกหลานกวางดาวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำมาจากอินโดนีเซีย ที่เมืองบุยเตนซอค (Buitenzurg) เมื่อการเสด็จประพาสเกาะชวาครั้งหลัง พศ2444 (รศ 120) และสัตว์อื่นอีก 2-3 ชนิดจากสวนกวางบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถานมาเลี้ยง โอนกิจการสวนสัตว์ดุสิตของเทศบาลนครกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกระทรวงมหาดไทย มาอยู่กับองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนสัตว์ พศ2497) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อทรงรับองค์การสวนสัตว์เข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงรับองค์การสวนสัตว์เข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2506 จากการขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ของพลโทบัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการและผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ วันที่ 30 พฤศจิกายน พศ2560 นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำคณะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อรับพระราชทานโฉนดที่ดินบริเวณตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ โดยย้ายไปยังที่ใหม่ เนื่องจากที่เก่านั้นมีพื้นที่คับแคบและไม่เพียงพอกับจำนวนสัตว์และนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน เป็นการปิดตำนานสวนสัตว์แห่งแรกของไทยที่มีอายุถึง 120 ปี【อ่านข้อความเต็ม】
wy5 | <动态当天时间> | อ่าน(85) | แสดงความคิดเห็น(654)
หลังจากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวจีนวิจารณ์เรื่องนี้อย่างมากโดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ชาวจีนคนหนึ่งโพสต์ทางเว่ยป๋อว่า ไม่ว่าจะทำห้องพักบนกำแพงเมืองจีนด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่การแข่งขันโดยบริษัทเอกชนแห่งนี้จะสร้างความเสียหายต่อโบราณสถานแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้【อ่านข้อความเต็ม】
5og | 2021-03-26 | อ่าน(388) | แสดงความคิดเห็น(951)
กฟผยืนยันลาวเบรกสร้างเขื่อนไม่กระทบการใช้ไฟฟ้าของไทย 09 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 07:27 น 【อ่านข้อความเต็ม】
cu5 | 2021-03-26 | อ่าน(948) | แสดงความคิดเห็น(192)
ตั้งแต่ออกมาเป็นนักแสดงอิสระ ก็ดูเหมือนว่า แพท-ณปภา ตันตระกูล จะฮอตไม่ใช่เล่น มีงานรุมติดต่อเข้ามามากมาย แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่าในตอนนี้ถ้าเป็นละครยังขอรับของช่อง 3 แค่ที่เดียว ส่วนบทบาทไม่ยึดติดว่าต้องเป็นนางเอกเสมอไป เพราะทุกตัวละครก็มีคุณค่าทั้งนั้น【อ่านข้อความเต็ม】
skk | 2021-03-26 | อ่าน(993) | แสดงความคิดเห็น(207)
ความจริง เปิดโทรทัศน์แช่ไว้ทุกเย็น ถึงตาไม่ได้ดู แต่หูเงี่ยฟังตลอด สนใจตอนไหน หูก็ดึงตามาจ้องซะที【อ่านข้อความเต็ม】
e5y | 2021-03-26 | อ่าน(444) | แสดงความคิดเห็น(246)
ยาแรงคอร์รัปชันประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว โครงการประมูลงานมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้าน ผู้ประกอบการต้องแนบเอกสารนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วย เข้มระบบตรวจสอบภายในให้กำหนดบทลงโทษคนโกง ส่วนโครงการตั้งแต่ 1 พันล้านบาทให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม พร้อมให้มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอีกชั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชัน จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวม 2 ฉบับ ฉบับแรก เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พศ2560 สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม และระบุเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ มีการกำหนดนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกำหนดหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องครอบคลุม นอกจากนี้ ยังระบุให้กรรมการผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ โดยจะต้องห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการมีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อนระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใดอันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ กำหนดผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการสื่อสารประกาศหรือเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้รับทราบต้องกำหนดบทลงโทษคนโกง จัดให้มีการอบรมหรือส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่บริษัทหรือหน่วยงานอื่นจัดขึ้น จัดให้มีการเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับบุคคลภายนอกทราบผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เอกสารแผ่นพับ นอกจากนี้ ต้องกำหนดบทลงโทษหรือข้อบังคับสำหรับผู้กระทำการทุจริต จัดให้มีช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแส ของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต หรือพบการกระทำที่ส่อทุจริต กำหนดหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแนบเอกสารที่เป็นนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเอกสารประกอบการเสนอราคา และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงาน และประกาศจัดซื้อจัดจ้างว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมการเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบเป็นเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา สำหรับประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง แนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กำหนดให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท) ออกประกาศกำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์และการจัดทำรายงานข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) หมายความว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้ตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คปท การจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ต้องเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สาธารณชนสนใจ เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เป็นต้น เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้แจ้งข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการ คปท ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ กับพวกทุจริตเงินทอนวัดใน จลำปาง แพร่ และลำพูน ว่า ปปชต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะข้อกล่าวหาและคดีต่างๆ อยู่ในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้วเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนกำกับดูแล พศ จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยได้มีมาตรการกำหนดรายชื่อวัดมาล่วงหน้าในการของบประมาณ และให้ พศ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ) คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ให้ทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ยึดหลักสุจริต โปร่งใส ซึ่งตนกำชับมาตลอด เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และถ้าดูผู้กระทำความผิดก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ แต่คนส่วนใหญ่ของ พศทำงานตามแนวทางที่มีธรรมาภิบาล ถ้าพบอีกก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าเยี่ยมนายพนม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เช่น นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตจรี, นายสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าหลังได้เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 พบว่าทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยทั้งหมดยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดใดๆ ทุกการกระทำปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัดต่างๆ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ จากการพูดคุยในเรื่องการต่อสู้คดีวันนี้คงไม่ไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันศุกร์ที่ 10 สคนี้ ที่เป็นวันเดียวกับที่ทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวไปยื่นฝากขังในผลัดที่ 2 แต่ก็พบว่ามีบางคน เช่น นายพัฒนาที่อาจไม่พร้อมขอยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องหลักทรัพย์ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดไว้ในคดีนี้ที่ 300,000-800,000 บาท ส่วนคนที่พร้อม เช่น นายพนมและนายแก้ว ก็มีความกังวลหากศาลเห็นชอบให้ประกันตัว ก็อาจจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้นายพนมก็เข้าใจดี เพราะโดนตำรวจแจ้งเอาผิดหลายคดี แม้ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ก็ขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งทุจริต พม กรณีที่ ปปชชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการร้ายแรง กับนายพนม ตนยังไม่ได้แจ้งข้อมูลให้นายพนมรับทราบ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ จาก ปปช ส่วนตัวก็คงจะขอทำหน้าที่ในส่วนคดีที่รับผิดชอบไปก่อน พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผลสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม ได้ลงนามรับรองมติผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม (อกพกระทรวง พม) ที่เห็นชอบผลการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูง 26 คน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติไล่ออกขาดจากบำเหน็จบำนาญทั้งหมด 6 คน โดยในจำนวนนี้ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม ที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมติปลดออกจากราชการ แต่ยังได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ จำนวน 5 คน และกันไว้เป็นพยาน 15 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือกล่าวโทษแจ้งเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันจะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เพื่อให้รับทราบเช่นเดียวกัน โดยผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมด หลังจากได้รับหนังสือแจ้งแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน【อ่านข้อความเต็ม】
sik | 2021-03-25 | อ่าน(291) | แสดงความคิดเห็น(56)
ยาแรงคอร์รัปชันประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว โครงการประมูลงานมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้าน ผู้ประกอบการต้องแนบเอกสารนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วย เข้มระบบตรวจสอบภายในให้กำหนดบทลงโทษคนโกง ส่วนโครงการตั้งแต่ 1 พันล้านบาทให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม พร้อมให้มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอีกชั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชัน จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวม 2 ฉบับ ฉบับแรก เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พศ2560 สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม และระบุเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ มีการกำหนดนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกำหนดหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องครอบคลุม นอกจากนี้ ยังระบุให้กรรมการผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ โดยจะต้องห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการมีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อนระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใดอันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ กำหนดผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการสื่อสารประกาศหรือเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้รับทราบต้องกำหนดบทลงโทษคนโกง จัดให้มีการอบรมหรือส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่บริษัทหรือหน่วยงานอื่นจัดขึ้น จัดให้มีการเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับบุคคลภายนอกทราบผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เอกสารแผ่นพับ นอกจากนี้ ต้องกำหนดบทลงโทษหรือข้อบังคับสำหรับผู้กระทำการทุจริต จัดให้มีช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแส ของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต หรือพบการกระทำที่ส่อทุจริต กำหนดหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแนบเอกสารที่เป็นนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเอกสารประกอบการเสนอราคา และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงาน และประกาศจัดซื้อจัดจ้างว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมการเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบเป็นเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา สำหรับประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง แนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กำหนดให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท) ออกประกาศกำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์และการจัดทำรายงานข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) หมายความว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้ตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คปท การจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ต้องเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สาธารณชนสนใจ เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เป็นต้น เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้แจ้งข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการ คปท ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ กับพวกทุจริตเงินทอนวัดใน จลำปาง แพร่ และลำพูน ว่า ปปชต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะข้อกล่าวหาและคดีต่างๆ อยู่ในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้วเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนกำกับดูแล พศ จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยได้มีมาตรการกำหนดรายชื่อวัดมาล่วงหน้าในการของบประมาณ และให้ พศ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ) คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ให้ทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ยึดหลักสุจริต โปร่งใส ซึ่งตนกำชับมาตลอด เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และถ้าดูผู้กระทำความผิดก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ แต่คนส่วนใหญ่ของ พศทำงานตามแนวทางที่มีธรรมาภิบาล ถ้าพบอีกก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าเยี่ยมนายพนม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เช่น นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตจรี, นายสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าหลังได้เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 พบว่าทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยทั้งหมดยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดใดๆ ทุกการกระทำปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัดต่างๆ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ จากการพูดคุยในเรื่องการต่อสู้คดีวันนี้คงไม่ไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันศุกร์ที่ 10 สคนี้ ที่เป็นวันเดียวกับที่ทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวไปยื่นฝากขังในผลัดที่ 2 แต่ก็พบว่ามีบางคน เช่น นายพัฒนาที่อาจไม่พร้อมขอยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องหลักทรัพย์ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดไว้ในคดีนี้ที่ 300,000-800,000 บาท ส่วนคนที่พร้อม เช่น นายพนมและนายแก้ว ก็มีความกังวลหากศาลเห็นชอบให้ประกันตัว ก็อาจจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้นายพนมก็เข้าใจดี เพราะโดนตำรวจแจ้งเอาผิดหลายคดี แม้ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ก็ขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งทุจริต พม กรณีที่ ปปชชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการร้ายแรง กับนายพนม ตนยังไม่ได้แจ้งข้อมูลให้นายพนมรับทราบ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ จาก ปปช ส่วนตัวก็คงจะขอทำหน้าที่ในส่วนคดีที่รับผิดชอบไปก่อน พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผลสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม ได้ลงนามรับรองมติผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม (อกพกระทรวง พม) ที่เห็นชอบผลการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูง 26 คน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติไล่ออกขาดจากบำเหน็จบำนาญทั้งหมด 6 คน โดยในจำนวนนี้ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม ที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมติปลดออกจากราชการ แต่ยังได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ จำนวน 5 คน และกันไว้เป็นพยาน 15 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือกล่าวโทษแจ้งเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันจะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เพื่อให้รับทราบเช่นเดียวกัน โดยผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมด หลังจากได้รับหนังสือแจ้งแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน【อ่านข้อความเต็ม】
5mo | 2021-03-25 | อ่าน(741) | แสดงความคิดเห็น(552)
ทหาร ตำรวจ แถลงจับสาวผมแดงร่วมขนยาบ้า 47 ล้านเม็ด พบเอาตราสโมรสรฟุตบอลดัง เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นยี่ห้อ คนร้ายเป็นชายหลบหนีไปได้ เร่งสอบหานายทุนใหญ่ เมื่อเวลา 1430 น วันที่ 8 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข) จังหวัดนครพนม พลรตพิสิษฐ์ ทองดีเลิศ ผบนรข ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ210) บกภจวนครพนม กอรมนฯ ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 แถลงข่าวการจับกุมยาบ้า จำนวน 4,776,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 477,600,000 บาท พร้อมผู้ต้องหาเป็นหญิง 1 คน รถยนต์ 1 คัน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 สคที่ผ่านมา นอกษิดิ กลิ่นศรีสุข ผบนรขเขตนครพนม และ นทบรรพต มุ่งหามณี หัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดไม่ทราบชนิดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ แต่ยังไม่ทราบพิกัดว่าจะนำขึ้นเทียบท่าแม่น้ำโขงบริเวณไหน ทราบเพียงว่าจะลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นในผ่านทางจังหวัดสกลนคร จึงวางแผนเฝ้าตรวจและสกัดจับในเส้นทางหลวงแผ่นดิน 2 สายหลัก ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 223 (มัธยมจันทร์) สายธาตุพนม-สกลนคร และทางหลวงหมายเลข 212 (ชยางกูร) สายอุบลราชธานี-นครพนม ถนนทั้งสองเส้นสามารถวิ่งเชื่อมโยงกันได้ กระทั่งเวลาประมาณ 2000 น บนทางหลวงสายธาตุพนม-นาแก พบรถยนต์ต้องสงสัยมีลักษณะผิดสังเกต จึงติดตามมาถึงหลัก กมที่ 11 บ้านโพนดู่ หมู่ 3 ตพุ่มแก อนาแก แล้วส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจค้น ปรากฏว่าคนขับกลับเร่งเครื่องหนีไปต่ออีกประมาณ 1 กม จึงจอดรถ แล้วคนขับและคนโดยสารที่นั่งมาเบาะซ้ายเปิดประตูรถวิ่งแยกย้ายกันหลบหนีไปกับความมืด เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบหญิงสาวคนหนึ่งย้อมผมสีแดง ทราบต่อมาว่าชื่อ นสกนกศิริ สายสมบัติ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 7 ตโนนค้อ อบุณฑริก จอุบลราชธานี หลบซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างทาง จึงนำตัวมาตรวจค้นที่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นพรีรันเนอร์ หลังคาไฟเบอร์ ทะเบียน ฒร 1009 กรุงเทพมหานคร ภายในกระบะท้ายรถพบกระสอบบรรจุอาหารสัตว์จำนวน 25 กระสอบ มียาบ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลืองกันน้ำอย่างดี ตรวจนับได้ 4,776,000 เม็ด และบางห่อมีตราคล้ายสโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด และสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือว่าเป็นตรายาเสพติดชนิดใหม่ เพิ่งพบเป็นครั้งแรก โดยรวมอยู่กับตราเก่า 999 ของพวกว้าแดง เบื้องต้น นสกนกศิริ ผู้ต้องหา ยังปิดปากเงียบ ไม่ยอมซัดทอดถึงผู้จ้างวาน แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเดชอุดม จอุบลราชธานี พบว่าในบัญชีของผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนเข้า-ออกในระหว่างเดือน พค-มิย กว่าหนึ่งล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเพื่อจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
wq3 | 2021-03-25 | อ่าน(858) | แสดงความคิดเห็น(639)
กฟผยืนยันลาวเบรกสร้างเขื่อนไม่กระทบการใช้ไฟฟ้าของไทย 09 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 07:27 น 【อ่านข้อความเต็ม】
csc | 2021-03-25 | อ่าน(814) | แสดงความคิดเห็น(753)
ยาแรงคอร์รัปชันประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว โครงการประมูลงานมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้าน ผู้ประกอบการต้องแนบเอกสารนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วย เข้มระบบตรวจสอบภายในให้กำหนดบทลงโทษคนโกง ส่วนโครงการตั้งแต่ 1 พันล้านบาทให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม พร้อมให้มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอีกชั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชัน จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวม 2 ฉบับ ฉบับแรก เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พศ2560 สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม และระบุเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ มีการกำหนดนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกำหนดหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องครอบคลุม นอกจากนี้ ยังระบุให้กรรมการผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ โดยจะต้องห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการมีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อนระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใดอันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ กำหนดผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการสื่อสารประกาศหรือเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้รับทราบต้องกำหนดบทลงโทษคนโกง จัดให้มีการอบรมหรือส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับนโยบาย วิธีการหรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่บริษัทหรือหน่วยงานอื่นจัดขึ้น จัดให้มีการเผยแพร่นโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับบุคคลภายนอกทราบผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เอกสารแผ่นพับ นอกจากนี้ ต้องกำหนดบทลงโทษหรือข้อบังคับสำหรับผู้กระทำการทุจริต จัดให้มีช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแส ของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต หรือพบการกระทำที่ส่อทุจริต กำหนดหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแนบเอกสารที่เป็นนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเอกสารประกอบการเสนอราคา และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงาน และประกาศจัดซื้อจัดจ้างว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมการเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบเป็นเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา สำหรับประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง แนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กำหนดให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท) ออกประกาศกำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์และการจัดทำรายงานข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) หมายความว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้ตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คปท การจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ต้องเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สาธารณชนสนใจ เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เป็นต้น เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้แจ้งข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการ คปท ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ กับพวกทุจริตเงินทอนวัดใน จลำปาง แพร่ และลำพูน ว่า ปปชต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะข้อกล่าวหาและคดีต่างๆ อยู่ในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้วเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนกำกับดูแล พศ จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยได้มีมาตรการกำหนดรายชื่อวัดมาล่วงหน้าในการของบประมาณ และให้ พศ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ) คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ให้ทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ยึดหลักสุจริต โปร่งใส ซึ่งตนกำชับมาตลอด เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และถ้าดูผู้กระทำความผิดก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ แต่คนส่วนใหญ่ของ พศทำงานตามแนวทางที่มีธรรมาภิบาล ถ้าพบอีกก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าเยี่ยมนายพนม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เช่น นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตจรี, นายสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าหลังได้เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 พบว่าทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยทั้งหมดยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดใดๆ ทุกการกระทำปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัดต่างๆ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ จากการพูดคุยในเรื่องการต่อสู้คดีวันนี้คงไม่ไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันศุกร์ที่ 10 สคนี้ ที่เป็นวันเดียวกับที่ทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวไปยื่นฝากขังในผลัดที่ 2 แต่ก็พบว่ามีบางคน เช่น นายพัฒนาที่อาจไม่พร้อมขอยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องหลักทรัพย์ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดไว้ในคดีนี้ที่ 300,000-800,000 บาท ส่วนคนที่พร้อม เช่น นายพนมและนายแก้ว ก็มีความกังวลหากศาลเห็นชอบให้ประกันตัว ก็อาจจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้นายพนมก็เข้าใจดี เพราะโดนตำรวจแจ้งเอาผิดหลายคดี แม้ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ก็ขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งทุจริต พม กรณีที่ ปปชชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการร้ายแรง กับนายพนม ตนยังไม่ได้แจ้งข้อมูลให้นายพนมรับทราบ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ จาก ปปช ส่วนตัวก็คงจะขอทำหน้าที่ในส่วนคดีที่รับผิดชอบไปก่อน พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผลสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม ได้ลงนามรับรองมติผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม (อกพกระทรวง พม) ที่เห็นชอบผลการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูง 26 คน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติไล่ออกขาดจากบำเหน็จบำนาญทั้งหมด 6 คน โดยในจำนวนนี้ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม ที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมติปลดออกจากราชการ แต่ยังได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ จำนวน 5 คน และกันไว้เป็นพยาน 15 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือกล่าวโทษแจ้งเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันจะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เพื่อให้รับทราบเช่นเดียวกัน โดยผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมด หลังจากได้รับหนังสือแจ้งแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน【อ่านข้อความเต็ม】
e3u | 2021-03-24 | อ่าน(64) | แสดงความคิดเห็น(742)
เอสซีจี เร่งเครื่องธุรกิจค้าปลีก ร่วมทุน บุญถาวร เปิดร้านรูปแบบใหม่ รับออกแบบสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้าน【อ่านข้อความเต็ม】
a54 | 2021-03-24 | อ่าน(912) | แสดงความคิดเห็น(40)
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-26

สล็อต918kissทุนน้อยล่าสุด| สดบอล| เชลซีแมนยูสด| live22 youtube| บาคาร่า 444| sloto cash casino| สล็อต ออนไลน์ 888 fun| slot ที่ดีที่สุด tot| สล็อต 55 up| พนันบาส hd| โหลด slotxo youtube ฟรี| now xo slot| ฟุตบอลพรีเมียร์คืนนี้| ถอนเงินเกิน 2 ล้าน| gclub ฟรี 500 year| แทง บอล คู่คี่ รวย| สล็อต 50รับ100 dtac| คาสิโนสด บาคาร่า android| สล็อต โจ๊ก เกอร์ 7| ไฮไลท์ฟุตบอลhd| ผลบอลลียงเมื่อคืน| คา สิ โน ฝาก ขั้น ต่ํา 20| คู้สลอต| สล็อต1234ฝาก10รับ100| สล็อตโจ๊กเกอร์ xo ix| 777 slots - slot oyunları| แจก เครดิต ฟรี 500 ไม่ ต้อง ฝาก 2562| ผลคาราบาวคัพอังกฤษ| nyspinns| 918kiss slot update| บอลวันนี้ครับ| siamsportตารางการแข่งขัน| สมัครสล็อต777 vip| live22ฟรีโบนัสไม่ต้องฝาก| gclub1688 มือ ถือ| ดูบอลแมนยูสดวันนี้| เว็บโจ๊กเกอร์เกม| สล็อตโจ๊กเกอร์ สล็อต xo ทุนน้อย| ผลการแข่งพรีเมียร์ลีก| เชลซีแมนยูสด| สล็อต 5 มังกร win| เกม สล็อต ออนไลน์ epic| คาสิโนออนไลน์888 cgg| สล็อต vip 9| casino mobil| สล็อต ทุนน้อย nr| เกมเสือ มังกร airline| จีจีคาสิโน win10| 777 online| ข่าวบอลอังกฤษล่าสุด| บ่อ ตก ปลา กะพง vip| โปรแกรมฟุตบอลราคาบอลวันนี้| gclub1688| ตารางแทงบอล| แนะนํา เว็บ หวย ออนไลน์ pantip| สล็อต918kissทดลองเล่นฟรี| บาคาร่าคือ| roma slot เบสหนัก| ผลบอลลิเวอร์พูล| บาคาร่าสล็อตออนไลน์ facebook| สล็อตฟรี call of duty| คาสิโน lsm| เว็บพนัน สมัครได้เงินฟรี| ดาวน์โหลดslotxo ubuntu| เค ร ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2019| 777wwcasinolanguage| คาสิโน pg| สล็อต 50รับ100 dtac| ตารางบอลเมื่อคืน888| พนันกีฬา คือ| bet point slot| เว็บคาสิโน 888 old| สล็อตการพนัน mod apk| slot credit free| คาสิโนตู้เกม| online baccarat uitleg| บอลยูโรป้าลีก| ดูบอลสดย้อนหลัง| แทงบอล 2020| 918kiss สมัคร เอ เย่ น| ยิงปลาฟรี java| วิธีเล่นเกมslot| ยิงปลา ออนไลน์| slotxo เติมเงิน lg| สล็อต playstar ทดลอง|